Archive for the FWD Mail Category

Mr. Bean’s letter 2 Bill Gates:

Posted in FWD Mail | Comments Off

My Dear Mr. Bill Gates,
I’ve bought a computer for my home and I’ve found some problems, which I want to bring to your notice:

  1. There is a button  ‘Start’ but there is no ‘Stop’ button.  I request you to please check this.
  2. One doubt is, whether any ‘Re-Scooter’ is available in System..? Cos I find only ‘Re-cycle’, as I own only a scooter.
  3. I recently learnt  ‘Microsoft Word’, now I want to learn ‘Microsoft Sentence’. So, when will you provide that?
  4. There is ‘Microsoft Office’,  but what about ‘Microsoft Home’ since I use this at home only.
  5. One personal question, how is it that your name is  ’Gates’ but you are selling ‘Windows’; instead of Doors’..!! Awaiting Reply.

With best regards,
Mr. Bean.

FW: คนที่ใช่กว่า…อ่านให้จบนะดีมากเลย

Posted in FWD Mail | 1 Comment »

วันนี้ได้รับ FWD Mail มาฉบับนึง อ่านแล้วดูดีมากๆ…

คนที่ใช่กว่า…
เรามีเรื่องของคู่รัก 2 คู่มาเล่าให้ฟัง …
ทั้ง 2 คู่ต่างก็เป็นคู่รักที่รักกันมาก
ดูแลเอาใจใส่และเข้าอกเข้าใจกันมานาน 7- 8 ปี
เป็นคู่รักที่คนรู้จักต่างก็แน่ใจว่า
อีกไม่นานก็คงได้ยินข่าวดีจากคู่รัก 2 คู่นี้แน่ๆ
แต่แล้ววันนึงก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันขึ้นกับคู่รักทั้ง 2 คู่
….. เมื่อฝ่ายชายก็ได้พบใครใหม่ที่คิดว่า ‘ใช่’ มากกว่า
ผู้หญิงคนใหม่ที่สวยกว่าและมีเสน่ห์มากกว่า
ฝ่ายชายตัดสินใจคบดูใจด้วย โดยที่ยังไม่เลิกกับคู่รักเดิม ….
ยิ่งคบเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่
ผู้หญิงคนใหม่ที่คบกันมา 2 – 3 เดือน กับคนรักคนเดิมใน 7- 8 ปีที่ผ่านมา
เริ่มถ่วงดุลน้ำหนักที่เท่ากันบนตาชั่งการตัดสินใจขอ งเขา
ทายสิว่า ชายหนุ่มทั้งคู่เลือกใคร
เขาทั้งคู่เลือกผู้หญิงคนใหม่ ….
สิ่งที่ผู้ชายทั้งคู่ต่างหยิบยกมากล่าวถึงก็คือ คนรักคนเดิมที ่เคยคบด้วย
มีอะไรบางอย่างที??เขาไม่ค่อยชอบใจ อาจจะเป็นนิสัยส่วนตัวบางประการ
แต่ในขณะที่คบกันมานั้น
สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาพอรับได้เมื่อเทียบกับความดีอื่นๆ ที่เธอทำให้เขา
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักอย่างหมดใจที่เธอมีให้เขา
แต่วันนึงที่พบผู้หญิงคนใหม่ อะไรที่เคยทนได้ก็กลับทนไม่ได้ขึ้นมา
โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงคนใหม่ไม่ได้มีข้อเสียในจุดนั้น เหมือนคนรักเก่า
แต่ข้อแตกต่างอยู่ที่ … ผู้ชายคนที่ 1
ถูกคนรักของเขาจับได้เองว่าเขามีผู้หญิงคนใหม่
และเมื่อขาบอกว่าเ ขาเลือกผู้หญิงคนใหม่ เขาให้เหตุผลว่า
‘ เขาดีกว่าคุณทุกอย่าง เขาคอยดูแลผม
เขาเข้าใจผม(และที่สำคัญเขาสวยกว่า และใหม่กว่าคุณด้วย) ‘
ส่วนผู้ชายคนที่ 2 … เลือกสารภาพกับคนรักว่า
‘ ผมเป็นคนผิดเองที่นอกใจคุณ แต่คนที่ผมเลือกก็เป็นเขา
ขอโทษนะ ผมผิดเอง ขอโทษจริงๆ’
ถามคุณว่า ถ้าต้องเลือกระหว่างการปฏิบัติของผู้ชาย 2 คนนี้
…. แบบไหนที่ดูเป็น ‘ ลูกผู้ชาย’ มากกว่ากัน
แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ถ้ามีทางเลือก … ผู้หญิงเราคงไม่เลือกสักทาง จริงไหม
เพราะถ้ าเราเลือกได้จริงๆ เราก็ขอเลือกให้เขามีเราคนเดียวมากกว่า
เราเชื่อว่า สิ่งที่คนส่วนใหญ่(อาจจะไม่ทุกคน … แต่ก็เชื่อว่าเป็นจำนวนมาก)
ต้องการมากที่สุดในการตัดสินใจที่จะรักและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับใครสักคนแล้ว
ก็คือความ’จงรัก’ และ’ภักดี’
คุณทมยันตี เคยกล่าวถึงคำทั้ง 2 คำไว้ และเราสรุปเป็นใจความได้ว่า
‘ จงรัก’ อาจจะมากมายในวัยหนุ่มสาว
อา จจะร้อนแรง อาจท่วมท้นในยามแรกรัก!
แต่วันนึงอาจจะจืดจางได้ตามกาลเวลา
แต่คนรักคู่ใดๆในโลกก็มักเริ่มชีวิตคู่ด้วยคำๆ นี้
แต่ ‘ภักดี’ นั้นชั่วชีวิต
ความจงรักหรือความรักนั้น เราเชื่อว่ามันไม่เข้มข้น ร้อนแรงตลอดไปก็จริง
แต่มันคงเหลืออวลไอเป็นใยบางๆ ไว้ตราตรึงใจบ้างกระมังในยามที่เราหวนนึ กถึงมัน
แต่การที่คนสองคนอยู่กันมานานแสนนานขนาดนี้ ย่อมต้องมีความผูกพัน
ความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจซึ่งกันและกันบ้างไม่มากก็ น้อย
สิ่งที่เราเห็นจากคู่รักทั้ง 2 คู่ก็คือ
… ฝ่ายชายหมดความ ‘จงรัก’ ลงไป
แต่ความรู้สึกอื่นๆ ล่ะ ความผูกพันของคนสองคน ความเห็นอกเห็นใจ
ความเข้าอกเข้าใจที่เคยมี มันไม่เหลือพอที่จะผูกใจเขาให้อยู่กับเราแล้วหรือ
คู่รักทั้ง 2 คู่ เป็นคู่ที่เรารู้จักดีทั้ง 2 คู่ ตอนที่เขารักกัน
เขาก็รักกันมาก เขาดูแลกันเป็นอย่างดี ตอนนี้เมื่อถึงจุดแตกหัก
เราพอรู้ว่าฝ่ายหญิงจะเป็นอย่างไร
พอเข้าใจว่าผู้หญิงที่รักและภักดีต่อฝ่ายชายแต่เพียง ผู้เดียวจะรู้สึ กอย่างไร
ผู้หญิง 1 ใน 2 คนนี้บอกกับฝ่ายชายตอนที่เขามาขอเลิกว่า
‘ ไม่เป็นไร ฉันจะอยู่กับคุณก่อน จะอยู่ดูแลคุณอีกสักพักเพราะตอนนี้
คนรอบข้างคุณและ! เพื่อนๆ ของเราไม่ค่อยมีใครอยู่ข้างคุณแล้ว
พอเพื่อนๆ ของเรายอมรับผู้หญิงคนใหม่ของคุณได้แล้วฉันก็จะไป’
แต่ฝ่ายชาย เราไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะคิดอย่างไร
อาจจะกำลังมีความสุขกับผู้หญิงคนใหม่ ความรักอาจกำลังท่วมท้น
อาจกำลังวางแผนสร้างอนาคตที่สดใสกันอยู่
เขาอาจจะมีความรักที่รุ่งโรจน์กว่าที่ผ่านมาก็เป็นได้
เราก็หวังไว้แต่ว่าวันนึง เขาคงจะไม่เจอคนที่ ‘ใช่มากกว่า’ อีก
เพราะนั่นหมายถึง ผู้หญิงที่ต้องเสียใจจะเพิ่มขึ้นอีก 2 คน
ถ้าเราคิดจะมองหาคนที่ถูกใจ คนที่ ‘ใช่’ คุณเชื่อไหมว่า
เราหาได้เกือบชั่วชีวิต
แต่คนที่จะตรงใจคุณจริงๆ 100% นั้น ไม่มีหรอก
นอกจากคุณจะหยุดความต้องการที่ไม่มีข้อสิ้นสุดของตัว คุณเองลง
เราเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา ไม่ได้ต้องการบอกว่าใครผิดใครถูก
แต่ต้องการให้คุณหยุดคิดสักนิดว่า อะไรในชีวิตที่คุณต้องการ
อะไรที่เป็นสิ่งที่ยั่งยืนกว่ากัน
มนุษย์เรา หากจะรักและคิดจะใช้ชีวิตร่วมกับใคร
ก็คงจะต้องกา รเพียงแต่ ‘ เพื่อนคู่ชีวิต’ สักคน
คนที่อยู่กับเราเสมอไม่ว่ายามทุกข์ยาก ลำบาก
หรือผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน
คนที่มองเห็นข้อเสียและข้อผิดพลาดของคุณ แต่ก็ยังรักและยังอภัยให้คุณได้เสมอ
คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณแม้คุณจะกลายเป็นตาแก่หัวล้าน พุงยาน หนังเหี่ยว
เขาก็พร้อมที่จะแก่เฒ่าไปพร้อมกับคุณ แต่คนที่ว่ามานี้
คุณมักลืมเขาในยามที่คุณยัง มีความสุขอยู่
ในยามที่ชีวิตของคุณยังเป็น ‘ผู้เลือก’ ที่ถูกห้อมล้อมด้วยผู้ถูกเลือกได้อยู่
ในยามที่คุณยังมีหน้าตา
มีเครื่องประกอบชีวิตที่เป็นที่สนใจจากคนเหล่านั้นอยู่
คุณอาจจะต้องนึกถึงเขาอีกที ในยามที่คุณไม่มีใครแล้ว
ในยามที่คนที่คุณคิดว่า ‘ใช่’ เขาก็ไปกับคนใหม่ที่เขาก็คิดว่า ‘ใช่’
มากกว่าคุณเหมือนกัน
ปล. เราหวังว่าจดหมายฉบับนี้ จะได้รับการส่งต่อให้คนทุกคนได้อ่านโดยทั่วกัน
เพราะเราตั้งใจเขียนจริงๆ และเรื่องที่เขียนทั้งหมดก็เป็นเรื่องจริง
และจะเป็นความกรุณามาก ถ้าทุกท่านจะช่วยส่งต่อๆ กันไปให้คนที่ท่านรู้จัก
อย่างน้อยสัก 5 คน เราขออวยพรให้ความรักของทุกท่านจงประสบแต่ความสุขสมหวัง
ขอขอบคุณจากใจจริง

สุดท้ายไม่พ้นบอกให้เราส่งต่อ -*-

รู้มั้ย ทำไม ? ต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ

Posted in FWD Mail | Comments Off

บางครั้ง…เราก็มองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ไปเพียงเพราะใช้เวลาสั้นๆ
ในการตัดสินสิ่งนั้นว่า “ไร้สาระ”

หลายวันก่อน เพื่อนคนหนึ่งถามเราว่า “ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ ? “

เราไม่ได้สนใจและใส่ใจ กับคำถามนั้นสักเท่าไหร่ เพียงแค่รู้สึกว่า เป็นคำถามที่ไม่มีสาระอะไรเสียเลย
แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตอบเล่นๆ ไปว่า
“ก็คงมีเพื่อความสะดวกมั้ง หรือไม่ ก็ช่วยให้คนขี้ลืม ที่ชอบวางยางลบไม่เป็นที่เป็นทาง จะได้มียางลบใช้มั้ง”

เพื่อนของเราก็อมยิ้ม ก่อนที่จะตอบเราสั้นๆ ว่า “ไม่ใช่”

“อ้าว. . .งั้นเพราะอะไรล่ะ” เราอดที่จะถามไม่ได้

เพื่อนตอบ “ก็เพราะว่า…คนเราสามารถทำผิดกันได้ “

“. . . . . . . . . . . . . . . . . . “ เรานิ่งไปครู่หนึ่ง หลังจากที่ได้ยินคำตอบและปล่อยให้เจ้าของคำถามเดินจากไป
โดยที่ไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่าคำตอบสั้นๆ ของเขาเท่านั้น
คำถามของเพื่อนที่เราเคยมองว่ามันไร้สาระกลับทำให้เราได้เก็บมาคิดแทบทุกขณะที่สมองว่าง
เย็นวันนั้นเราจึงหยิบโทรศัพท์ เขียนข้อความส่งถึงเพื่อนๆด้วยประโยคที่ซ้ำกัน. . .

” ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ “

………………………………………….. ……

” เพราะคนเรามีสิทธิ์ทำผิดกันได้ “

………………………………………….. ……

“แต่จงจำไว้ว่า. . .เราไม่ควรใช้ยางลบให้หมดก่อนดินสอ
เพราะนั่นอาจหมายความว่าเรากำลังทำผิดซ้ำๆจนความผิดนั้นอาจสายเกินแก้”

เราเองยังไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่คิดต่อจากเพื่อนนั้นมันจะถูกต้องหรือไม่
และเพื่อนๆที่ได้รับข้อความจากเราจะเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะบอกหรือเปล่า
จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ. . .นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการมากสักเท่าไหร่
แต่สิ่งที่เราอยากได้รับคือ เพื่อนของเราจะคิดต่อจากความคิดของเราอย่างไร
และลึกๆ เราก็แค่หวังว่าเพื่อนของเราคงจะกล้าเผชิญหน้ากับความผิดพลาดและไม่ประมาทในการใช้ชีวิต
และยอมรับการกระทำของตัวเอง. . .

เพียงแค่นั้น เราก็หมดห่วงและเพื่อนๆ ที่ได้อ่านแล้วคิดอย่างไรกันบ้างครับว่า ” ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ “

Que sera sera

Posted in FWD Mail | Comments Off

When I was a just a little staff
I asked Ma-nager what will I be
Will“salary up”
Will I be rich
Here’s what he said to me
Que sera sera
Salary will not increase!!
The Future’s not ours to see…..
Que Sera Sera

When I was a just a little staff
I asked Ma-nager what will I be
Will“bonus better”
Will I be rich
Here’s what she(he) said to me
Que sera sera
The bonus may not be paid!!!!!
The Future’s not ours to see…..
He say “Sorry” to me

555+

50 โรคของหัวหน้า

Posted in FWD Mail, Uncategorized | Comments Off

หัวหน้าของใครอันไหนไปเลือกเอาเองนะ!!!

50 โรคของหัวหน้า (ใครไม่รุ) :-
โรคที่ 1 : โรคทำงานไร้เป้าหมาย
โรคที่ 2 : โรคสั่งงานแบบไร้สติ
โรคที่ 3 : โรคทองไม่รู้ร้อน
โรคที่ 4 : โรคชอบให้ทุกคนมีนิสัย (ประหลาด) เหมือนตัวเอง
โรคที่ 5 : โรคชอบพูดว่า ประตูห้องของผมเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นเสมอ (แต่.. ผมไม่เคยเปิดประตูเลย)
โรคที่ 6 : โรคชีวิตนี้ (ตู) มีแต่งาน งาน งาน
โรคที่ 7 : โรคเพื่อนเราชอบเผาเรือน
โรคที่ 8 : โรคชอบใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษหรูๆ
โรคที่ 9 : โรคทำตัวไร้ตัวตน
โรคที่ 10 : โรคผู้บังคับบัญชานาซี
โรคที่ 11 : โรคไม่มีปัญหาครับท่าน
โรคที่ 12 : โรคเสมือนจริงใจ
โรคที่ 13 : โรครู้ไปหมดซะทุกเรื่อง
โรคที่ 14 : โรคทำงาน (ลึก) ลับอะไรไม่รู้
โรคที่ 15 : โรค “เลื่อนขั้นเหรอ” ชาติหน้าบ่ายๆ
โรคที่ 16 : โรคตัดสินใจ ทำไมยากจัง!
โรคที่ 17 : โรคแค้นฝังหุ่น (จำไม่ได้..แมร่งใช้จดเลยอะ)
โรคที่ 18 : โรคหวงก้างไว้ทำเกลือหรือไง?
โรคที่ 19 : โรคคลั่งไคล้การประชุม (บ้าหรือปล่าว?)
โรคที่ 20 : โรคมีลูกน้องเหมือนจะฉลาด
โรคที่ 21 : โรคชอบชมลูกน้องจัง! (แต่ลับหลังคนอื่นฮ่ะ!)
โรคที่ 22 : โรคดีเป็นของตัว ชั่วเป็นของคนอื่น (ลูกน้อง!)
โรคที่ 23 : โรคชอบแทงข้างหลังคนอื่น (น่ากลัวจังเลยฮ่ะ!)
โรคที่ 24 : โรคจุ้นจ้านไปหมดทุกเรื่อง (คุณคิดว่าคุณเป็นใครหรอ?)
โรคที่ 25 : โรคชอบเล่าเรื่องโจ๊ก (แต่มันไม่ค่อยตลกเลย..เจ้านาย!)
โรคที่ 26 : โรคเดี่ยวไมโครโฟน (บ้าน้ำลายจริงๆ จ๊ะ!)
โรคที่ 27 : โรคฉันชอบประชุมตอนเช้า ใครจะทำไม? (ก็ตรูว่างคนเดียวอะ..คนอื่นชั่งมัน)
โรคที่ 28 : โรคไม่ชอบประชุมเอาซะเลยกับเจ้านาย)
โรคที่ 29 : โรคเก่งคนเดียว คิดคนเดียว (แต่ตอนลงมือทำ.พี่ฝากด้วยนะ เก็บโน็ตบุคเดินกลับบ้าน)
โรคที่ 30 : โรคลูกน้องทะเลาะกันเหรอ? ฉันไม่สนใจหรอกย่ะ
โรคที่ 31 : โรคมีลูกน้องที่คิดว่า ตัวเองเป็น Superman
โรคที่ 32 : โรคข้าพเจ้าถูกแต่เพียงผู้เดียว (เก่งไม่ทำเองอะ)
โรคที่ 33 : โรคชอบมีไอเดียใหม่ หลังลูกน้องทำงานเสร็จ
โรคที่ 34 : โรคนั่งอ่านเมล์ยังไม่ทันจบแล้ว FW. ให้เราไปทำ (อ้าวไม่ใช่งานตรู…..นิหว่า)
โรคที่ 35 : โรคลดขนาดองค์การเหรอ? อืม ตัวใครตัวมัน
โรคที่ 36 : โรคพนักงานชั่วคราวเหรอ เมินซะเถอะ!
โรคที่ 37 : โรคไม่เคยติดตามการทำงานของลูกน้อง
โรคที่ 38 : โรคเตรียมพร้อมแปลว่าอะไร (ไม่รู้จักจริงๆ น่ะ!)
โรคที่ 39 : โรคจมกองเอกสารแต่งานไม่คืบหน้าไปไหน
โรคที่ 40 : โรคหวงโอที ( ตัวเองแอบมาทำ..อิ..อิ อันนี้เรื่องจริง)
โรคที่ 41 : โรค “คุณภาพ” เหรอ? อืม! แปลว่าอะไรล่ะ….(อ๋อ รีบๆทำพรุ่งนี้จะ Present เจ้านาย)
โรคที่ 42 : โรคจำลูกน้องคนโปรดได้คนเดียว!
โรคที่ 43 : โรคประเมินผลงานด้วยวิธีที่ฉลาดน้อยที่สุด…(พิจารณาจากพรรคพวกตัวเองเป็น หลัก)
โรคที่ 44 : โรคชอบสะสม “ระเบิดเวลา”..( รับมาวันอังคาร..ดองไว้สั่งเราวันศุกร์เย็นบอกขอวันจันทร์เช้า..บ้าป่าววะ)
โรคที่ 45 : โรคนั่งจับผิดลูกน้อง ( เมื่อวานเข้าห้องน้ำ 3 ครั้ง นั่งหาว 2 ครั้ง ตดครั้งนึง เป็นต้น)
โรคที่ 46 : โรคปฏิเสธใครไม่เป็น (รับทุกเรื่อง…แล้วมาโยนให้ตรูทำ)
โรคที่ 47 : โรคปกครองระบบทาส
โรคที่ 48 : โรคทำตัวเครียดทั้งวัน (นั่งถอนหายใจ..เฮ้อ)
โรคที่ 49 : โรคมนุษย์ผู้สมบูรณ์แบบ (ตลอดกาล!)
โรคที่ 50 : โรคมนุษย์เจ้าปัญหา (ทุกเรื่อง )

คลายเครียดอย่าไปคิดมาก…..มีงานทำก็ดีแล้ว